เอกอัครราชทูตออสเตรเลียลงปัตตานีรับฟังสถานการณ์ความไม่สงบ

Benar News Thai's picture

เอกอัครราชทูตออสเตรเลียลงปัตตานีรับฟังสถานการณ์ความไม่สงบ

ทีมข่าวเบนาร์นิวส์
ปัตตานี
 
 
 
 
TH-ambassador-620
นายพอล โรบิลลิอาร์ด เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ร่วมการประชุมผู้เคยเดินทางไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการจัดการความหลากหลายที่ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 15 ธันวาคม 2559
เบนาร์นิวส์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันพฤหัสบดี(15 ธันวาคม 2559)นี้ นายพอล โรบิลลิอาร์ด เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เดินทางไปยังจังหวัดปัตตานีเพื่อร่วมการประชุมผู้เคยเดินทางไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการจัดการความหลากหลายที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเผยว่า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับหน่วยความมั่นคงเพื่อรับทราบสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านตัวแทนสมาคมยุวชนมุสลิมได้เรียกร้องให้ทางการออสเตรเลียช่วยให้ความสนใจประเด็นการละเมิดสิทธิชาวมุสลิม

การประชุมผู้เคยเดินทางไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการจัดการความหลากหลายที่ประเทศออสเตรเลีย (Australia-Thailand Institute Interfaith Exchange & Next Generation Community Leaders Alumni Networking Lunch Reception) ซึ่งนายพอล โรบิลลิอาร์ด เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทยเดินทางไปร่วม จัดขึ้นที่โรงแรมซีเอสปัตตานี โดยมีตัวแทนจากหลายจังหวัดในประเทศไทยร่วมงานดังกล่าว

นายพอล โรบิลลิอาร์ด เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยระหว่างการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า จุดมุ่งหมายในการเดินทางมาที่จังหวัดปัตตานี เพื่อรับทราบสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และพบปะสมาชิกชาวไทยที่เคยเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรเลียด้วย

“ต้องการมาติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยได้ไปรับฟังสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาค 4 ศชต. ศอ.บต. ใน จ.ยะลา รวมทั้งได้มาพบสมาชิก ATI (ผู้ที่เคยเดินทางไปศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย) มองว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ น่าเป็นห่วงเพราะยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่ แต่ก็หวังว่าเจ้าหน้าที่จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี” นายพอลกล่าว

นายพอลเพิ่มเติมว่า สถาบันออสเตรเลีย-ไทย (ATI) ได้ดำเนินโครงการให้สมาชิกจากประเทศไทยเดินทางไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการจัดการความหลากหลายที่ประเทศออสเตรเลียมาแล้วเป็นเวลา 10 ปี ระหว่างปี 2548-2558 โดยได้เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานทูตออสเตรเลียและสมาชิก ทั้งหมด 68 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลายจังหวัดในประเทศไทย เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมาชิกส่วนใหญ่จากจังหวัดในภาคใต้ โดยรัฐบาลออสเตรเลียหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการจะทำให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ขณะเดียวกันนายอับดุลอาซีส ตาเดอินทร์  ประธานฝ่ายสิทธิมนุษยชน สมาคมยุวมุสลิมแห่ง ประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสได้เข้าพบ นายพอล โรบิลลิอาร์ดได้เปิดเผยว่า สมาคมยุวมุสลิมต้องการให้นานาชาติหันมาสนใจปัญหาการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย

“การลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ของคณะเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ได้รับฟังปัญหาจากคนพื้นที่ และการพบปะครั้งนี้มีการคุยถึงแนวโน้มของสถานการณ์ในภาคใต้ระหว่างปีนี้และปีหน้า รวมทั้งยังได้เล่าถึงสถานการณ์ที่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่ ยังมีการละเมิดสิทธิ มีการทำร้ายร่างกาย ส่วนตัวจึงมองว่าปีหน้าสถานการณ์จะแย่กว่าปีนี้” นายอับดุลอาซีสกล่าว

นายอับดุลอาซีสเพิ่มเติมว่า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดสิทธิชาวโรฮิงญาในประเทศเมียนมากับนายพอลด้วย ซึ่งนายพอลกล่าวว่า ปัญหาชาวโรฮิงญาในประเทศเมียนมาที่เกิดขึ้นนี้จำเป็นต้องให้สหประชาชาติ และประชาคมอาเซียนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

 

 

Thai