บวรศักดิ์: ได้เวลาพิจารณาการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษชายแดนใต้

autonomy.watch's picture
ปกรณ์ พึ่งเนตร
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันข่าวอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
 
ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ในวาระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถึงทิศทางการเมืองไทย และแนวทางที่จะก้าวพ้นมหาวิกฤติแห่งความขัดแย้ง โดยไม่ลืมที่จะให้ทัศนะเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังจะครบ 7 ปี และก้าวขึ้นสู่ปีที่ 8 ด้วย
 
"ปีหน้าเป็นปีสำคัญ เพราะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา สิ่งที่คนไทยทุกคนควรทำถวายพระองค์ท่าน คือนำพาบ้านเมืองให้กลับมาสู่ความสงบสุข และความปรองดองที่ทุกฝ่ายเรียกหาจะต้องเกิดขึ้นจริง" ดร.บวรศักดิ์ กล่าวในเบื้องต้น
 
เขาอธิบายว่า ความคิดความเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เคยเสนอเอาไว้ว่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศได้ ทุกฝ่ายต้องหยิบมาพิจารณากันอย่างจริงจัง และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้
 
"อย่างเช่นที่ท่านอาจารย์หมอประเวศ (ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ประธานสมัชชาปฏิรูป) เสนอเรื่องการให้อภัยกัน ถือเป็นเรื่องน่าคิด เพราะเราขัดแย้งกันมานานถึง 5 ปี วันนี้ไม่มีทางออกถ้าต่างฝ่ายต่างยืนอยู่ที่เดิม บ้านเมืองต้องการความเปลี่ยนแปลง และความเปลี่ยนแปลงนั้นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักอย่างจริงจัง และทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมถึงคนที่จะก่อให้เกิดความปรองดองได้ด้วย"
 
ดร.บวรศักดิ์ ขยายความถึง "คนที่จะก่อให้เกิดความปรองดอง" ว่า หมายถึงผู้นำ ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้นำประเทศ แต่เป็นผู้นำทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เสื้อเหลือง เสื้อแดง และอื่นๆ
 
"ผู้นำทุกฝ่ายถ้ายังไม่ลดราวาศอกก็ไม่มีทางที่จะสร้างความปรองดองได้ และถ้าปล่อยให้ผ่านปีหน้าไปโดยสร้างความปรองดองไม่สำเร็จ สถานการณ์ของประเทศไทยจะหนักยิ่งกว่านี้"
 
อย่างไรก็ดี ดร.บวรศักดิ์ ย้ำว่า ความปรองดองที่พูดถึง ไม่ใช่การเกี้ยเซี้ยแล้วเลิกรากันไป แต่หมายความถึงการปรองดองเพื่อเปลี่ยนแปลง อะไรที่ทำให้เกิดปัญหาต้องแก้ให้ได้จริงๆ เช่น ความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรมด้านต่างๆ ต้องลงมือแก้ ลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาให้หมดไป และต้องทำให้เสร็จในปีหน้าด้วย มิฉะนั้นจะเกิดความรุนแรงขนาดใหญ่ตามมาแน่นอน
 
"เราต้องปรองดองบนความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ไม่ใช่ปรองดองเพื่อรักษาสถานะเดิมของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเอาไว้ ไม่อย่างนั้นระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาจะสูญไปอย่างน่าเสียดาย เพราะไม่มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเลย"
 
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ยังเห็นว่า กลไกในบ้านเมืองที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สามารถนำพาประเทศให้ข้ามพ้นวิกฤติความขัดแย้งไปได้ เพราะไม่สามารถดึงทุกฝ่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและจริงจัง
 
"ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำ หมอประเวศ คุณอานันท์ (อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการปฏิรูป) พยายามทำ แต่บางฝ่ายก็ไม่เอาด้วย ไม่มาร่วมในกระบวนการ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเสื้อแดง แต่หมายถึงเสื้อเหลืองด้วย การจะก้าวไปเพื่อแก้ไขปัญหา ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกัน ผมขอย้ำว่าเราต้องปรองดองเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ปรองดองเพื่อรักษาสถานะเดิมของแต่ละกลุ่ม"
 
"แนวทางที่ผมพูดนี้ จะไม่มีใครได้ 100% และไม่มีใครเสียทั้งหมด แต่คนที่จะได้มากที่สุดคือคนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังอยู่ในฐานะลำบาก และลำบากมาหลายปีแล้ว ฉะนั้นวิธีมองปัญหาจะต้องเปลี่ยนไป ผมขอยกตัวอยางปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจะแก้ปัญหาให้สำเร็จต้องการการเปลี่ยนแปลงอีกเยอะ การคิดถึงการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษที่เหมาะสมภายใต้รัฐเดี่ยวตามรัฐธรรมนูญไทยต้องเกิดขึ้นได้ และต้องคิดอย่างจริงจังได้แล้ว ทั้งต้องเข้าใจด้วยว่าไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน"
 
ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า คือยุบสภา เลือกตั้งใหม่ จะเป็นทางออกของบ้านเมืองได้หรือไม่นั้น ดร.บวรศักดิ์ เห็นว่า คำถามคือถ้าการเมืองเปลี่ยนจะรับกันได้หรือเปล่า
 
"ถ้าถามผม ผมบอกว่ายังไงก็ต้องรับด้วยวิถีทางประชาธิปไตย แต่ปัญหาก็คือจะยอมกันไหม ซึ่งเป็นคำถามที่ผมเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน"

---------------------------------------
หมายเหตุ : บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หน้า 2 ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค.2553 โดยใช้หัวเรื่องว่า "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" โอกาสสุดท้ายปรองดอง
 
Thai